กระทรวงพลังงานไทยแสดงวิสัยทัศน์ในการมุ่งสร้างความมั่นคงด้านไฟฟ้าและส่งเสริมเทคโนโลยีพลังงานสะอาดในเวทีรัฐมนตรีพลังงานเอเปค พร้อมขับเคลื่อนความร่วมมือด้านพลังงานสะอาดเพื่อการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานอย่างยั่งยืนในการประชุม Clean Energy Ministerial ครั้งที่ 16
นายเสมอใจ ศุขสุเมฆ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โดยการมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เดินทางเข้าร่วมการประชุม Clean Energy Ministerial ครั้งที่ 16 (CEM16) เเละการประชุมรัฐมนตรีพลังงานเอเปค (APEC Ministerial Meeting) ครั้งที่ 15 ระหว่างวันที่ 25 - 28 สิงหาคม 2568 ณ เมืองปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี
ในที่ประชุม CEM ครั้งที่ 16 ซึ่งเป็นเวทีระดับรัฐมนตรีและผู้แทนระดับสูงเพื่อขับเคลื่อนด้านพลังงานสะอาด ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้กล่าวสุนทรพจน์เพื่อแสดงวิสัยทัศน์ของไทยในหัวข้อการเปลี่ยนผ่านด้านไฟฟ้า (Power Transformation) โดยกระทรวงพลังงานไทยมุ่งเน้นนโยบายส่งเสริมการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในอนาคต รวมถึงการให้ความสำคัญกับนโยบายการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ควบคู่กับการพัฒนาพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน ภายใต้ร่างแผนพลังงานชาติและแผนพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก ซึ่งจะต้องเร่งการลงทุนมูลค่ากว่า 76 พันล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี ค.ศ. 2037 เพื่อผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานและเทคโนโลยีพลังงานสะอาด นอกจากนี้ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานยังได้มีโอกาสหารือทวิภาคีกับผู้บริหาร CEM Secretariat และผู้บริหาร UNIDO เพื่อหารือถึงแนวทางของกิจกรรมความร่วมมือในการพัฒนาพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องร่วมกับหน่วยงานภายใต้ สังกัดกระทรวงพลังงานในอนาคตอีกด้วย
สำหรับการประชุม APEC Ministerial Meeting ครั้งที่ 15 ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้ร่วมแลกเปลี่ยนนโยบายร่วมกับรัฐมนตรีพลังงานเอเปคจากเขตเศรษฐกิจต่าง ๆ ในหัวข้อการเสริมสร้างความปลอดภัยและเสถียรภาพของสายส่งไฟฟ้า โดยได้แสดงวิสัยทัศน์ของไทยในการมุ่งเน้นการพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัย ปลอดภัย เชื่อถือได้ และมีประสิทธิภาพ ด้วยการบูรณาการเทคโนโลยีทันสมัย อีกทั้งได้แสดงความพร้อมในการผลักดันกิจกรรมความร่วมมือกับเขตเศรษฐกิจเอเปคเพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน การเข้าถึงพลังงานที่ซื้อหาได้ ปลอดภัย และยั่งยืนในอนาคตร่วมกัน ในโอกาสนี้ ที่ประชุมได้มีการรับรองถ้อยแถลงร่วมระดับรัฐมนตรีฯ เพื่อเป็นแนวทางของสมาชิกเขตเศรษฐกิจเอเปคในการดำเนินกิจกรรมความร่วมมือด้านพลังงานในมิติต่าง ๆ ร่วมกัน อาทิ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่และ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและฟื้นตัวจากวิกฤตด้านพลังงาน เเละการพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด พร้อมเน้นความร่วมมือด้านก๊าซธรรมชาติที่มีบทบาทความสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงและความยืดหยุ่นของระบบพลังงานในภูมิภาคเอเปคในอนาคต