/?q=th/world_power


This website is being relocting. Sorry for any inconvenience

















โลกพลังงาน

ภาวะโลกร้อน

       ปี 2007 อาจเป็นปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์โลก วิกฤตความแห้งแล้งในออสเตรเลีย พายุ ใต้ฝุ่นในเอเชีย ภาวะน้ำท่วมที่ลาตินอเมริกา เหตุการณ์เหล่านี้เป็นสัญญาณบอกเหตุของปรากฏการณ์ เอลนีโญ่ (El Nino) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ทำให้สภาวะที่อากาศและสภาพแวดล้อมทางทะเลบริเวณ ตอนกลางและตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนแปรปรวน โดยมีสาเหตุเกิดจากการอ่อนตัวของลมสินค้า (Trade wind) ที่มักจะเกิดขึ้นทุกๆ 2-7 ปี
       นักอุตุนิยมวิทยาชาวอังกฤษได้พยากรณ์ผลกระทบที่จะเกิดจากปรากฏการณ์เอลนีโญ่ ที่มีแนวโน้มว่ากำลังจะเกิดขึ้นควบคู่กับสภาวะบรรยากาศที่มีระดับก๊าซ เรือนกระจกสูงไว้ว่า จะก่อให้เกิดหายนะครั้งใหญ่กับระบบนิเวศน์ และยังทำให้ปี 2007 นี้กลายเป็นปีมีร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์อีกด้วย  “แค่ปรากฏการณ์เอลนีโญ่ เพียงอย่างเดียวก็ทำให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้นไปเหนือกว่าในอดีตแล้ว”  Phil Jones, นักวิจัยด้านอุตุนิยมวิทยาแห่งมหาวิทยาลัย East Anglia  กล่าว
        ในอดีตที่ผ่านมา ปี 1998 เป็นปีที่มีอุณหภูมิสูงที่สุดในรายงาน ซึ่งในอุณหภูมิโลกเฉลี่ยปีนั้นมีค่าสูงกว่าค่า อุณหภูมิเฉลี่ยระยะยาวที่ 57 องศาฟาเรนไฮต์ไป 0.52 องศา ซึ่งอาจดูเหมือนว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงอันเล็กน้อย แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงนี้จะยิ่งทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น ความรุนแรงของลมพายุจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากการรวมตัวของพายุกับไอน้ำที่ระเหย จากผิวน้ำทะเล จะทำให้พายุมีกำลังเพิ่มขึ้นและก่อให้เกิดความเสียหายที่มากขึ้นตามมา
       ซึ่งในปี 2007 นี้ นักอุตุนิยมวิทยาได้ทำนายว่าการที่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกในปีนี้จะสูงที่สุด เท่าที่เคยมีมาว่า มีโอกาสสูงถึง 60% ที่จะเกิดสภาวะนี้ขึ้นได้ โดยผลกระทบที่ทั่วโลกที่จะตามมาก็คือ อุณหภูมิบรรยากาศที่สูงขึ้นนั่นเอง
       สำหรับปรากฏการณ์เอลนีโญ่ที่เกิดขึ้นอย่างไม่แน่นอน และกำลังเกิดขึ้นในเขตมหาสุทรแปซิฟิกในขณะนี้ น่าจะสิ้นสุดในช่วงเดือนพฤษภาคม ซึ่งจะทำให้มีอุณหภูมิสูงในช่วงฤดูหนาวที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภาวะแห้งแล้งในช่วงฤดูร้อนที่ออสเตรเลีย และลมพายุจากมหาสมุทรแปซิฟิกจะมีกำลังลมแรงขึ้น ซึ่งทาง U.N.’s Food Aid Organization ออกมาประกาศเตือนเรื่องผลกระทบจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นว่าอาจทำให้เกิดความ เสียหายอย่างรุนแรงทางเกษตรกรรมได้
       ในขณะที่ประเทศออสเตรเลียกำลังตกอยู่ในสภาวะแห้งแล้งที่สุดเท่าที่เคยมีมา ผลกระทบหลักๆจากสภาวะแห้งแล้งนี้ก็คือ ความเสียหายของผลผลิตทางเกษตรกรรม ซึ่งมีผลทำให้ราคาอาหารสูงขึ้น รวมไปถึงการขาดแคลนน้ำในบางพื้นที่จนทำให้เกษตรกรได้รับความเสียหายไปจน เสี่ยงกับสภาวะล้มละลายได้
       ผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ่นั้นค่อนข้างไม่แน่นอน เช่นในปี 1998 ฝนที่เกิดจากปรากฏการณ์นี้ทำให้ผลิตผลทางการเกษตรของประเทศอาร์เจนติน่า เจริญเติบโตและมีความอุดมสมบูรณ์ แต่ในทางตรงกันข้าม กลับทำให้เกิดสภาวะน้ำท่วมในเขตละตินอเมริกาบางส่วน ซึ่งจริงๆแล้วปรากฏการณ์เอลนีโญ่ก็ยังก่อให้เกิดผลดีเช่นกัน คือ การก่อตัวของลมในทิศทางสวนกับลมพายุเฮอร์ริเคนจากทวีปแอตแลนติก มันจะสามารถลดระดับความรุนแรงของพายุเฮอร์ริเคนได้
       ผลกระทบต่อผลิตผลทางการเกษตรในระยะสั้นนั้นคาดเดาได้ยาก แต่ผลกระทบที่เห็นได้อย่างชัดเจนจากปรากฏการณ์เอลนีโญ่และปรากฏการณ์สภาวะ
เรือนกระจกคือ การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลก แต่ปรากฏการณ์เอลนีโญ่ไม่ใช่ตัวการสำคัญที่ทำให้อุณหภูมิของโลกเพิ่มสูงขึ้น กลับเป็นการปล่อยก๊าซคาร์บอนได
ออกไซด์ หรือก๊าซเรือนกระจกเข้าสู่ชั้นบรรยากาศที่จะทำให้อุณหภูมิโลกร้อนขึ้นแทน

แหล่งข้อมูลข้อมูลเพิ่มเติม:http://thestar.com.my/news/story.asp?file=/2007/1/4/apworld/20070104213453&sec=apworld

โรงไฟฟ้าพลังงานขยะที่ใหญ่ที่สุดในโลก
        เกาหลี ไต้ได้ทำการเปิดตัวโรงไฟฟ้าที่ใช้พลังงานที่ได้จากขยะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกโดยคาดว่าทางประเทศจะสามารถลดการนำเข้าน้ำมันได้กว่า 500,000 บาร์เรลต่อปี โดยที่โรงไฟฟ้าดังกล่าวมีขนาด 50 เมกะวัตต์ ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อสามารถจ่ายพลังงานให้กับภาคครัวเรือนได้กว่า 180,000 ครัวเรือน และตั้งอยู่ที่จุดทิ้งขยะในตัวเมือง Incheon ทางตะวันตกของกรุงโซล
       โดยเชื้อเพลิงที่ใช้ในโรงไฟฟ้าก็คือ แก๊สมีเทน ซึ่งได้มาจากการย่อยสลายของกองขยะและสิ่งปฏิกูลตามธรรมชาติ ซึ่งจะสามารถลดการปล่อยแก๊สที่ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจกจากการเผาและยังสามารถลดการใช้เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ (Fossil fuel) ที่จะนำมาใช้ในการผลิตไฟฟ้าได้อีกด้วย โดยทางประเทศเกาหลีใต้กล่าวว่าโรงไฟฟ้าพลังงานขยะจะสามารถลดการนำเข้าน้ำมันของประเทศได้เป็นจำนวนมาก รวมถึงการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 1.37 ล้านตันต่อปี  

      บริษัทเอกชน Eco Energy ได้ทำการลงทุนกว่า 7.7 หมื่นล้านวอน(ประมาณ 3 พันล้านบาท) ในการสร้างโรงไฟฟ้าชนิดนี้ขึ้นมา โดยทางบริษัทจะมีกรรมสิทธิ์อีก 11 ปีข้างหน้า ก่อนที่จะคืนสิทธิ์ให้กับทางรัฐบาลในประเทศเกาหลีใต้นั้น ก็ยังมีโรงไฟฟ้าที่ใช้พลังงานจากแก๊สมีเทนที่ได้จากการย่อยสลายของกองขยะ อยู่อีก 12 โรง ซึ่งทุกโรงก็ล้วนแต่เป็นโรงไฟฟ้าขนาดเล็กที่มีกำลังผลิตตั้งแต่ 1 – 6 เมกะวัตต์ซึ่งสามารถจ่ายพลังงานไฟฟ้าได้สำหรับบริเวณใกล้เคียงเท่านั้น ซึ่งนับเป็นจำนวนไม่กี่ครัวเรือน และในปัจจุบันพลังงานกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ที่ผลิตขึ้นมาเพื่อรองรับ
ความต้องการของผู้บริโภคในประเทศเกาหลี ใต้นั้นมาจากโรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ โดยทางเกาหลีใต้ก็กำลังดำเนินการสร้างโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ (Solar power station) ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่เมืองซีนาน(Sinan) ในมลรัฐ South Jeollaซึ่งจะมีขนาด 15 เมกะวัตต์ อีกทั้งโรงไฟฟ้าพลังคลื่นน้ำ (Shihwa Tidal power plant) ที่จะถูกสร้างที่เมืองอันซาน(Ansan) ซึ่งจะมีขนาดใหญ่กว่าโรงไฟฟ้าพลังคลื่นน้ำ La Rance ของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังคลื่นน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน โดยกำลังผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังคลื่นน้ำที่เมืองอันซานจะสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ครอบคลุมความต้องการพลังงานของผู้คนในเมืองอันซานกว่า 500,000 คน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2009 นี้ 
 



© Copyright 2007 Ministry of Energy
ติดต่อสอบถาม ที่ pr@energy.go.th